Website Banner
xdcsdfssdfssdfsfsdfsfsdfsdfffff
  หนังสือแถลงการณ์เหล่าศิษย์ครูทอง เชื้อไชยา 
 Ann Seafood
 Restaurant
jasmine resort sriracha
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 5
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 1096
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 2367
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 82743
link พันธมิตร
www.sasiriya.com
 
 
                 
                 
 สวัสดีครับสำหรับผู้ที่สนใจ และรักจะเป็นนักกีตาร์คลาสสิก ที่มีคุณภาพไม่แพ้ นักกีตาร์คลาสสิคชาติใดในโลกนั่นแหละครับ สิ่งต่างๆที่ท่าน จะได้เรียนรู้จากโฮมเพจ นี้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติ ของกีตาร์คลาสสิค ตลอดจนวิธีการฝึกฝน ที่ถูกต้องนั้น ล้วนมา จากประสบการณ์ของผมเองที่เล่นเครื่องมือ ที่น่าอัศจรรย์นี้ มากว่า 40 ปี
ท่านเชื่อหรือไม่ว่า จากการฝึกฝน อย่างถูกต้องนั้น ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อ ที่จะเล่น มันเลย ยกเว้นตอน ปวดหัวตัวร้อน แค่นั้นแหละครับ ตรงกันข้าม หากการเล่นเครื่องมือใดๆ ก็ตาม มาจากการฝึกฝน อย่างไม่ถูกต้องแล้ว จะทำให้ผู้เล่นเลิกไปเอง แล้วกลายเป็นนักวิชาการ ไปเสียส่วนมาก ตามที่เห็นกันเกลื่อน ในปัจจุบัน

ความรู้ต่างๆ ที่บันทึกลงในโฮมเพจนี้ นอกเหนือจะเป็นการฝึก ในการเล่นกีตาร์ คลาสสิค อย่างถูกต้องที่เอื้ออำนวยให้ ผู้ฝึก สามารถพัฒนา การเล่นไปจนถึงขั้นสูงแล้ว ความรู้ดังกล่าวนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สาขา ดนตรี เอกเครื่องมือ กีตาร์คลาสสิค  แท้จริงแล้วทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่ ขั้นพื้นฐาน จนถึงขั้นสูงสุด ที่นักวิชาการพูดกันนั้น ก็คือ ขั้นตอนเดียวกันนั่นเอง เนื่องเพราะ
 
           
                 
                 
                 
 
" หากไม่มีพื้นฐาน ก็ไม่มีขั้นสูงสุด และหากไม่มีขั้นสูงสุดก็ไม่มีขั้นพื้นฐาน "
               
                 
                 
 
  กีรตินันท์ สดประเสริฐ เกิด 30 สิงหาคม 2500 เป็นบุตรของ นายกระวี สดประเสริฐ ชาวกรุงเทพ ฝั่งธนบุรี และนางละม่อม สดประเสริฐ (สังวาลย์) ชาวอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ตามลำดับ คือ
1. นายวิชชนันท์ สดประเสริฐ
2. นายวัลลภิศร์ สดประเสริฐ
3. นายกีรตินันท์ สดประเสริฐ
4. นายกฤดากร สดประเสริฐ
กีรตินันท์เริ่มฝึกกีตาร์โปร่ง กับพี่ชายคนโต เมื่ออายุ 10 ปี หลังจากนั้นอีก 2 ปี ก็ฝึกกีตาร์คลาสสิคด้วยตนเองโดยอาศัยตำราต่างประเทศ ที่ซื้อจากร้านวิลสัน หน้าไปรษณีกลาง
เริ่มศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนพัฒนาวิทยา จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียน อัสสัมชัญ บางรัก แล้วศึกษาต่อที่วิทยาลัยช่างศิลป์ ถึงปีที่ 2 ประมาณกลางปี ก็หยุดเรียนออกมาเล่นกีตาร์คลาสสิค โดยไม่ได้เรียนที่ใดอีกเลย
           
 
   
 
               
                 
 
1. เคยเป็นวิทยากรรับเชิญ ให้สอนวิชากีตาร์คลาสสิค ที่โรงเรียนสยามกลการ สาขาตรอกจันทน์ และที่ คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. เล่นกีตาร์คลาสสิค ให้กับวงแกรนด์ เอ็กซ์ และเป็นผู้เรียบเรียงเพลง รักใน C major , และ รักเอย
3. เขียนคอลัมน์ การเล่นกีตาร์คลาสสิค ให้หนังสือถนนดนตรี อยู่ประมาณ 2 ปี
4. เล่นกีตาร์คลาสสิค แบบสดๆประกอบหนังเงียบให้ มูลนิธิสถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน หรือ เกอเธ่
5. เข้าร่วมกิจกรรมอบรมกีตาร์ ให้กับเยาวชน โดยร่วมกับห้างโรบินสัน วันที่ 3-28 เมษายน 2532
6. เรียบเรียงเพลงไทยเดิมลาวแพน ลาวเจ้าชู้ เป็นกีตาร์คลาสสิค
7. เรียบเรียงเพลงไทยสากล หนึ่งในร้อย, เรือนแพ, เสียแรงรักใคร่, คำมั่นสัญญา, ฟ้ามิอาจกั้น, ดอกไม้ให้คุณ, คืนหนึ่ง, และสายทิพย์ เป็นกีตาร์คลาสสิค
8. เรียบเรียงเพลงกระบี่ไร้เทียมทานเป็นกีตาร์คลาสสิค
9. ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองเพลง จันทร์รัก, รอยอาลัย, ยิ่งรัก, คลื่นกระทบฝั่ง, ดวงดาว-ดวงใจ, รักอธิษฐาน, เฝ้าคอย, และยอดปรารถนา
10. เรียบเรียงเพลงสากล Tears in Heaven, Right Here Waiting, It Might Be You, Plaisir d'Amour
11. เล่น Concerto In D Major ในงานฉลองครบรอบ 250 ปี ของ Antonio Vivaldi ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ไทยโรงละครเล็ก
12. ประพันธ์เพลงกีตาร์คลาสสิค Bonne Nuit Ma Cherie เป็นบทเพลงที่ใช้เรียนและสอบของ Yamaha Music Foundation
13. ร่วมกับบริษัทบิ๊กแอนด์เบส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จัดทำ VDO สอนกีตาร์คลาสสิค ชื่อ " เรียนกีตาร์คลาสสิคกับกีรตินันท์ "
14. ร่วมกับบริษัทเทปโอเชี่ยน สตูดิโอ จัดทำเทปชุดภวังค์ และห้วงอารมณ์ 1-4
15. เป็นวิทยากรสอนกีตาร์คลาสสิค ให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
16. เป็นวิทยากรรับเชิญวิชา GRMU 573 STRING PEDAGOGY ในหัวข้อวิธีการสอนกีต้าร์ให้กับนักศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาดนตรีของบัณฑิตวิทยาลัยมหิดล
17. แสดงกีตาร์คลาสสิคเดี่ยวชุดลาวแพน เป็นคอนเสิร์ตของตนเอง ที่มูลนิธิสถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน เมื่อเดือนกันยายน 2539
18. แต่งเพลงประกอบ-เล่นในสารคดีสมเด็จย่าให้กับ บริษัทแปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น
19. ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล
20. เป็นเจ้าของโรงเรียนดนตรีคีตะนันท์ ที่ซอยเอกมัย 2 เลขที่ 20 ถนนสุขุมวิท 63 พระโขนง กรุงเทพฯ
               
                 
                 
                 
                 
                 
                 
    พิมสาย ตันมณี เริ่มเล่นฟลุตเมื่อปี 2541 ต่อมาได้เรียนฟลุตกับอ.สโรช   กันประเสริฐ
ในปี 2544และในปี 2547ได้เรียนฟลุตกับอ.ศุภชัย จงชนะไชย ปัจจุบันเป็นนักดนตรีของ
ีวง CU Symphony Orchestra และศึกษาอยู่ที่ภาควิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
             
                 
                 
                 
                 
                 
 
Flute คงเป็นเครื่องดนตรีที่อยู่ในใจของใครหลายๆคน อาจเพราะด้วยน้ำเสียงที่จับใจ ลีลาท่วงท่าในการเป่า  รวมไปถึงบทบาทที่ได้รับ flute มักจะได้รับบทเด่น อยู่ในฐานะของตัวเอก ทำให้หลายคนตัดสินใจเล่น flute เพราะคิดว่า “ ดูมันนางฟ้าดี ” “ เครื่องเล็กๆท่าทางจะเป่าง่าย สบายๆ ” หรือว่า “ เท่ห์ดี ” แต่อีกหลายคนก็ตัดสินใจว่าไม่ เพราะคิดว่า “ ฉันไม่ลมมากพอที่จะเป่าหรอก ” หรือว่า “ มันยากเกินไป ” ความจริงแล้ว flute
ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แล้ว flute ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น  
 
Flute ถึงจะเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเล็กๆ แต่การเป่า flute ต้องใช้ “ กำลังภายใน ” และ “กำลังภายใน ” นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ จากนั้นเราก็ฝึกจนเป็นวรยุทธ ฝึกไปเรื่อยๆ จนเราเป็นจอมยุทธ ในยุทธภพของ flute  
 
ก่อนที่เราจะเป่า flute เราควรจะรู้ความเป็นมาของ flute กันก่อน flute นั้นจัดอยู่ในประเภท wood wind หรือเครื่องลมไม้ อันนี้หลายคนคงสงสัยเพราะเราจะเห็นกันอยู่ว่า flute นั้นทำมาจากโลหะ แต่ความจริงแล้วตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที เมื่ื่อ 600 กว่าปีก่อน flute ทำมาจากไม้ เป็นไม้ท่อนเดียวแล้วเจาะรู คล้ายกับขลุ่ยบ้านเราเพียงแต่เป่าด้านข้าง
 
               
 
               
                 
                 
                 
                 
             ในศต.ที่ 16 flute ก็เริ่มเป็นที่นิยม พอเข้าศต.ที่ 17-18 flute มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีไม้ 3 ท่อน ประกอบกันเป็น flute 1 ตัว flute เริ่มเข้าไปอยู่ในวง Orchestra และอยู่ในเพลงของ Mozart กับ Hydan ด้วย
               
                 
                 
                 
                 
                 
              เมื่อเข้าศต.ที่ 19 flute เปลี่ยนเป็นโลหะ และมีการเพิ่ม key ต่างๆมากขึ้น ทำให้สามารถเล่นแนวทำนองที่โลดโผนได้มากขึ้น ไม่นาน flute ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก Beethoven ก็ให้ flute เป็นส่วนหนึ่งในเพลงของเขาด้วย แล้วถ้าหากในยุคนี้ได้ยินคำว่า Boehm flute ก็่อย่าเพิ่งตกใจ มันก็คือ flute อย่างเช่นในปัจจุบัน แต่ที่เรียกว่า Boehm flute เพราะ Theobald Boehm นัก flute ชาวเยอรมัน เป็นคนที่พัฒนา flute ให้มีรูปแบบเช่นในปัจจุบัน
               
                 
                 
                 
                 
                 
                 
 เราทุกคนคงจะคุ้นเคยกับ flute เป็นอย่างดี เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ใครจะรู้บ้างว่า flute ที่เราเห็นกันจนชินตานั้นความจริงแล้วมีหลายรูปแบบ หลายหน้าตา หลายรูปร่างและหลายหน้าที่ เรียกได้ว่าเป็น ครอบครัว flute (flute family)เลยทีเดียว
               
 
             
 อย่างที่เห็นในภาพจะเห็นได้ว่ามี flute อยู่หลายประเภทเรียงจาก ขนาดเล็กไปหาขนาดใหญ่และในขณะเดียวกันก็เรียงจากเสียงสูงไปหาเสียงต่ำ วันนี้เราจะพูดถึงเพียง flute 4 ประเภทที่ได้รับความนิยมเท่านั้น เพราะที่เหลือเป็น flute ที่หาได้ยากมากหรือแทบจะหาไม่ได้เลย และบางครั้งก็เกินความจำเป็น
 Flute อันแรกที่เราจะพูดถึง คือ
 
               
 Piccolo มีขนาดเล็กที่สุด เสียงสูงที่สุด เป็นน้องเล็กสุดในครอบครัว flute เลยก็ว่าได้ Piccolo เหมือน flute แทบจะทุกอย่างเพียงแต่ย่อส่วนลงเท่านั้น เสียงจะสูงกว่า flute ที่เรารู้จัก ( concert flute ) 1 octave  Piccolo อาจทำจากไม้ โลหะ หรือพลาสติก นอกจาก Piccolo จะมีเสียงสูงที่สุดในครอบครัว flute แล้วยังสูงที่สุดในวง Orchestra ด้วย เพราะน้ำเสียงที่สูงๆ สดใส จึงทำให้ Piccolo มักจะได้เล่น melody ที่น่ารักเสมอ
 
               
                 
                 
                 
                 
                 
                 
 Flute อันต่อมาคือ ที่เรารู้จักกันดีหรือที่เราเรียกว่า Concert Flute หรือ C Flute นั้นเอง Concert Flute มี 3 ส่วนประกอบกันคือ headjoint body และ footjoint Concert Fluteมักทำจากโลหะ เช่น นิคเกล, นิคเกลชุบเงิน, เงิน, ทอง หรือ platinum ส่วนที่เป็น footjoint นั้นมี 2 แบบ คือแบบ C foot คือเล่นได้ถึง low C และแบบ B foot เล่นได้ถึงตัว low B ช่วงเสียงของ f lute กว้างถึง 3 octave และมีบทบาทที่สุดในครอบครัว
               
 
               
Flute อันนี้หลายคนคงไม่เคยได้ คือ Alto Flute มีลักษณะเหมือน Concert Flute แทบจะทุกอย่าง แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีทั้ง headjoint แบบโค้งและแบบตรง ถ้าเล่นตัว low C จะได้ยินเป็นเสียง G ที่ต่ำลงมา Alto Flute จึงเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องทดเสียง (transposed) เนื่องจากตัวเครื่องที่ใหญ่ทำให้เสียงที่ได้ทุ้ม และนุ่มกว่าในการเล่นก็ต้องให้ลมเยอะกว่า Concert Flute Alto Flute มีบทบาทค่อนข้างน้อยในวง Orchestra จะใช้แต่ในวง Flute Choir เป็นส่วนมาก
               
                 
                 
                 
 Flute อันสุดท้ายที่เราจะพูดถึง คือ Bass Flute ใช้แค่ในวง Flute Choir เท่านั้น Bass Flute มีขนาดใหญ่ที่สุด มี headjoint ที่โค้ง เสียงที่ออกมาจึงทุ้มต่ำและต่ำกว่า Concert Flute 1 octave ในการเล่น Bass Flute นั้นจะต้องใช้ลมเยอะ และต้องมีกล้ามแขนที่แข็งแรง เพราะ Bass Flute มีขนาดใหญ่และหนัก
               
                 
                 
                 
                 
 ช่วงเสียงของครอบครัว fluet                
                 
                 
                 
 
               
                 
 
ตัวอย่างวง Flute Choir


  
Pipe Dream Flute Choir



UA Flute Choir
 
               
                 
                 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   บทที่ 1
   บทที่ 2
   บทที่ 3
   บทที่ 4
   บทที่ 5
   บทที่ 6
   บทที่ 7
   บทที่ 8

Current Pageid = 1